สายกราวด์ ระบบสายดิน ถือเป็นส่วนสำคัญของระบบไฟฟ้า ช่วยป้องกันอันตรายจาก ไฟรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และฟ้าผ่า การติดตั้งสายกราวด์ สายดินในบ้านพักอาศัย หรืออาคารทุกประเภท ต้องติดตั้งให้ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย อย่างในกรณีที่เกิดไฟรั่ว กระแสไฟฟ้าจะไหลลงดิน แทนที่จะไหลผ่านร่างกายมนุษย์ เมื่อเราเผลอไปสัมผัสนั่นเอง
ไฟลงกราวด์คืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และอันตรายไหม
คำว่า ไฟลงกราวด์ มักใช้เรียกกรณีที่กระแสไฟฟ้ารั่วออกจากเส้นทางปกติ แล้วไหลผ่านสายดินหรือส่วนที่เชื่อมต่อกับระบบกราวด์ สาเหตุอาจเกิดจากฉนวนสายไฟเสื่อม สายไฟชำรุด ความชื้นเข้าอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในมีความผิดปกติ
หากระบบสายดินทำงานถูกต้อง กระแสไฟรั่วจะมีเส้นทางไหลกลับเข้าสู่ระบบแทนการไหลผ่านร่างกายผู้ใช้งาน และช่วยให้อุปกรณ์ป้องกันตรวจพบความผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม สายดินไม่ใช่อุปกรณ์ตัดไฟ จึงควรติดตั้งร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่ว RCD หรือ RCBO เพื่อเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้าน
อาการที่อาจบ่งบอกว่าระบบมีความผิดปกติ เช่น สัมผัสตัวถังเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วรู้สึกเหมือนไฟช็อต เบรกเกอร์ตัดบ่อย มีกลิ่นไหม้ หรือพบความร้อนผิดปกติบริเวณปลั๊ก หากเกิดอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้อุปกรณ์ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรแก้ด้วยการถอดสายดินออก เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากไฟดูด
เจ้าของบ้านสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตรวจเช็กระบบไฟฟ้าในบ้าน เพื่อดูจุดที่ควรตรวจทั้งสายไฟ เต้ารับ ตู้ควบคุมไฟ และอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วก่อนเข้าอยู่อาศัย
สายกราวด์ สายดิน คืออะไร
สายกราวด์หรือสายดิน คือสายตัวนำป้องกันที่เชื่อมต่อกับส่วนโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งในสภาวะปกติไม่ควรมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เมื่อฉนวนชำรุดและเกิดไฟรั่ว สายดินจะเป็นเส้นทางให้กระแสผิดปกติไหลกลับเข้าสู่ระบบกราวด์หรือต้นทาง แทนที่จะไหลผ่านร่างกายของผู้ที่สัมผัสอุปกรณ์ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากไฟดูด
สายดินที่ติดตั้งอย่างถูกต้องยังช่วยให้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น เบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่ว RCD/RCBO ตรวจพบความผิดปกติและตัดกระแสไฟฟ้าได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีสายดินเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าระบบจะตัดไฟทันทีทุกกรณี จึงควรติดตั้งสายดินร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่วและตรวจสอบระบบโดยช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตามมาตรฐาน
ระบบสายกราวด์ลงดิน สำคัญอย่างไร
ระบบสายกราวด์ สายดิน มีความสำคัญอย่างมาก เจ้าของบ้านต้องใส่ใจ ห้ามละเลยต้องติดตั้งระบบสายกราวด์ สายดินให้ได้มาตรฐาน เนื่องจากสายกราวด์ สายดินมีบทบาทสำคัญ ป้องกันอันตรายเมื่อกระแสไฟฟ้ารั่ว ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร การถูกไฟดูดหรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไฟไหม้ สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ การติดตั้งสายกราวด์ สายดินที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนี้
- ถูกไฟดูด เมื่อสัมผัสอุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว
- เกิดเหตุเพลิงไหม้ จากประกายไฟ เมื่อไฟฟ้าลัดวงจร
- เครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติไม่ทำงานเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย
- สร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
มาตรฐานสายกราวด์ในบ้าน ต้องดูขนาด สี และสัญลักษณ์อะไรบ้าง
การเลือกสายกราวด์ไม่ควรดูเพียงว่ามีสายต่ออยู่หรือไม่ แต่ต้องดูทั้งชนิด ขนาด การเชื่อมต่อ และอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ร่วมกัน
| จุดที่ควรตรวจ | รายละเอียดที่ควรรู้ |
|---|---|
| สีของสาย | สายดินควรใช้สีเขียวหรือสีเขียวแถบเหลือง เพื่อให้แยกออกจาก สายเฟสและสายนิวทรัลได้อย่างชัดเจน |
| สัญลักษณ์ | จุดต่อสายดินอาจกำกับด้วยตัวอักษร PE, คำว่า Ground หรือสัญลักษณ์ต่อลงดิน |
| ขนาดสายกราวด์ | ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดวงจร พิกัดของอุปกรณ์ป้องกัน และลักษณะการติดตั้ง จึงไม่ควรกำหนดขนาดเดียวใช้กับทุกวงจร |
| จุดเชื่อมต่อ | สายต้องต่อแน่นและต่อเนื่องตลอดเส้นทาง ไม่มีรอยขาด จุดหลวม หรือการนำสายนิวทรัลมาต่อแทนสายดิน |
| หลักดินและระบบกราวด์ | หลักดิน จุดต่อ และตัวนำลงดินต้องติดตั้งอย่างเหมาะสม พร้อมตรวจสอบค่าความต้านทานของระบบตามมาตรฐานงานไฟฟ้า |
| อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว | ควรใช้สายดินร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่ว เช่น RCD หรือ RCBO เพื่อช่วยตัดวงจรเมื่อเกิดความผิดปกติ |
มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยกำหนดรายละเอียดเรื่องขนาดสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าและจุดต่อลงดินแยกตามลักษณะวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรระบุตายตัวว่าสายกราวด์ทุกบ้านต้องใช้ขนาดเท่ากัน โดยไม่ดูพิกัดเบรกเกอร์และระบบไฟฟ้าจริงก่อน
สำหรับบ้านใหม่ ควรตรวจระบบสายดินพร้อมงานไฟฟ้าส่วนอื่นตั้งแต่ก่อนรับมอบ เพราะการมีเต้ารับสามขาไม่ได้ยืนยันว่ามีการต่อสายดินครบและใช้งานได้จริง ผู้ซื้อจึงควรให้ทีม ตรวจบ้านก่อนโอน ตรวจความเรียบร้อยของตู้ไฟ เต้ารับ ระบบสายดิน และอุปกรณ์ตัดไฟรั่วไปพร้อมกัน
ระบบสายดิน สายกราวด์ มีอะไรบ้าง
การติดตั้งสายกราวด์ สายดินให้ได้มาตรฐานต้องคำนึงถึง การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐาน รวมถึงการเลือกขนาดสายกราวด์ในบ้านให้เหมาะสมกับกระแสไฟฟ้ารั่วสูงสุด ที่อาจเกิดขึ้นได้ การติดตั้งต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีการเชื่อมต่อสายดินทั้งระบบแน่นหนา หลังติดตั้งแล้วควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าอีกครั้ง และทดสอบด้วยวิธีการที่เหมาะสม สำหรับระบบสายกราวด์ สายดิน มีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้วประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ ดังต่อไปนี้
1.สายตัวนำไฟฟ้าหรือสายดิน
มีหน้าที่นำกระแสไฟฟ้ารั่วภายในบ้าน ไหลลงสู่พื้นดิน สายดินเปรียบเหมือนตัวกลางในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้ารั่วจากอุปกรณ์ไฟฟ้าไหลลงสู่ดินนั่นเอง จึงป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย โดยปกติแล้วสายดินมักมีลวดทองแดง เป็นตัวนำหลักและฉนวน PVC หุ้มด้วยสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียว แตกต่างไปจากสายไฟฟ้าทั่วไป สายกราวด์บ้านขนาดเท่าไหร่ สำหรับต่อกับเต้ารับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดไม่ต่ำกว่า 2.5 ตร.มม. ใช้กับเครื่องป้องกันกระแสเกินพิกัดไม่เกิน 20 แอมแปร์และขนาดสายกราวด์บ้าน ไม่ต่ำกว่า 4 ตร.มม. ใช้กับเครื่องป้องกันกระแสเกินพิกัดไม่เกิน 40 แอมแปร์
2.หลักดิน
หลักดิน (Ground Rod) มีลักษณะเป็นแท่งโลหะ โดยฝังไว้ใต้ดิน ตัวที่เชื่อมระหว่างสายไฟฟ้ากับดิน โดยทั่วไปมักทำจากวัสดุที่มีทองแดงหุ้ม ซึ่งต้องมีขนาดที่เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐาน หรือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 16 มิลลิเมตร มีความยาวประมาณ 2.40 เมตร และหลักดินที่มีมาตรฐาน ต้องมีค่าต้านทานต่อการลงดิน ไม่เกิน 5 โอห์ม ช่วยให้สายดินสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มีต้องระบบสายดินไหม
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ต้องมีระบบสายดินหรือไม่ เครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีสายดินหรือไม่จำเป็นต้องมีสายดินก็ได้ หากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ จะต้องมีสายดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัส เรียกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ประเภท 1 เช่น ตู้เย็น เตารีด เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ เครื่องปรับอากาศ กาน้ำร้อน เป็นต้น ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 จะมีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมซ้อน หรือวงกลมแล้วมีกากบาท ไม่จำเป็นต้องมีสายดิน แต่เพิ่มความมั่นใจ อาจใช้ไขควงทดสอบโลหะ สัมผัสบนเครื่องใช้ไฟฟ้า หากพบว่ายังมีไฟรั่ว แสดงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าผลิตไม่ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องมีสายดินเพิ่มความปลอดภัย เช่น โทรทัศน์ พัดลม เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย ควรจ้างบริษัทตรวจบ้าน ที่มีทีมงานมมืออาชีพ เข้ามาตรวจสอบระบบไฟอีกที จะมั่นใจได้มากกว่า มีการทดสอบระบบไฟฟ้าด้วยเครื่องมือทันสมัย หากพบปัญหาจะได้เร่งแก้ไขหรือรีบแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องมาแก้ไข โดยเฉพาะบ้านโครงการ บ้านจัดสรร ควรตรวจบ้านก่อนรับโอนให้เรียบร้อย ถือเป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง
ระบบสายกราวด์ สายดิน เป็นสายไฟที่เป็นตัวกลาง ในการนำพากระแสไฟฟ้ารั่วจากอุปกรณ์ต่างๆ ไหลลงสู่ดิน ป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลผ่านร่างกายมนุษย์ หากเผลอไปสัมผัส เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติ เรียกได้ว่ามีบทบาทสำคัญ ป้องกันอันตรายจากการถูกไฟดูด หรือไฟฟ้าลัดวงจร ตลอดจนประกายไฟจนนำสู่เหตุเพลิงไหม้ ทั้งนี้ การเลือกระบบสายกราวด์ สายดินจะต้องเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเท่านั้น เลือกขนาดสายกราวด์ไฟบ้านให้เหมาะสม รวมถึงมีการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน หลังติดตั้งควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าและทดสอบอีกที เพื่อให้มั่นใจว่าติดตั้งได้มาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น

