เวลาเราเดินสำรวจดูบ้านใหม่ สิ่งแรกที่เราเห็นและให้ความสนใจมักจะเป็นตัวของบ้าน ทั้งสีบ้าน กระเบื้องห้องน้ำ หรือความเรียบร้อยของผนัง แต่รู้ไหมครับว่าระบบที่ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่สุดระบบหนึ่งของบ้านเลยก็ว่าได้ ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ดินและหากมองปกติก็จะไม่เห็น ถ้าไม่เปิดดู นั่นก็คือระบบจัดการสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียภายในบ้าน ซึ่งมีหัวใจหลักที่เราเรียกกันติดปากว่า ถังแซท (Septic Tank) หรือ บ่อบำบัดน้ำเสีย นั่นเอง
เราจะได้รู้ว่าบทบาทหน้าที่ของเจ้าถังแซทนี้คืออะไร มีไว้ทำอะไร และทำไมถึงเป็นจุดที่ห้ามมองข้ามเวลาเข้าตรวจรับบ้าน วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันแบบเข้าใจง่ายๆ
ถังแซทคืออะไร? ต่างจากถังบำบัดน้ำเสียอย่างไร
หลายคนเข้าใจว่าคำว่า ถังแซท, ถังบำบัดน้ำเสีย และ บ่อบำบัดน้ำเสีย คือสิ่งเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการน้ำเสียภายในบ้านที่มีหน้าที่แตกต่างกันตามการออกแบบของแต่ละโครงการ
ถังแซท (Septic Tank) มีหน้าที่รองรับน้ำเสียจากสุขภัณฑ์และแยกของแข็งออกจากของเหลวก่อนส่งต่อไปยังขั้นตอนบำบัดหรือระบายออก ส่วนถังบำบัดน้ำเสียในบ้านรุ่นใหม่หลายแห่งจะรวมกระบวนการบำบัดไว้ในถังเดียว ทำให้สามารถลดมลพิษก่อนปล่อยน้ำออกสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ
แม้ว่าระบบที่ติดตั้งในแต่ละบ้านจะต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือการติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน หากถังแซทหรือถังบำบัดติดตั้งผิดตำแหน่ง เดินท่อไม่ถูกต้อง หรือเลือกขนาดไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำระบายช้า กลิ่นเหม็น หรือระบบน้ำเสียทำงานผิดปกติในอนาคต ดังนั้นในการ ตรวจบ้านก่อนโอน วิศวกรจึงไม่ได้ตรวจเฉพาะโครงสร้างหรือผนังบ้านเท่านั้น แต่ยังตรวจสอบระบบสุขาภิบาลทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านพร้อมใช้งานจริงหลังเข้าอยู่อาศัย
ปัญหาที่พบบ่อยของ ถังแซท หากก่อสร้างหรือเดินระบบไม่ถูกต้อง
ถึงแม้ตัวถังจะถูกฝังอยู่ใต้ดินจนมองไม่เห็น แต่จากประสบการณ์หน้างาน ขอบอกเลยครับว่าระบบบำบัดน้ำเสียเป็นจุดที่ตรวจเจอข้อบกพร่องอยู่บ่อยๆ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่วิศวกรตรวจพบในงานก่อสร้าง มักจะมีดังนี้
- ท่อระบายน้ำมีความลาดเอียงไม่เหมาะสม ทำให้สิ่งปฏิกูลหรือน้ำไหลช้า และเกิดการสะสมจนเกิดการอุดตันในที่สุด
- ข้อต่อท่อเกิดการรั่วซึม น้ำเสียอาจซึมลงดินรอบข้าง ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยได้
- ฝาถังปิดไม่สนิท ทำให้สิ่งสกปรกหรือน้ำภายนอกไหลเข้าตัวถัง และเป็นเหตุให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา
- ถังแตกร้าวจากการติดตั้ง เกิดจากการติดตั้งและบดอัดดินไม่ดี หรือมีเศษหินกระแทกตัวถังระหว่างฝัง
- ระบบระบายอากาศไม่สมบูรณ์ ท่ออากาศอุดตันหรือติดตั้งผิดทิศทาง ทำให้เกิดปัญหากลิ่นย้อนกลับเข้ามาในตัวบ้าน
- ดินรอบถังทรุดตัว ทำให้ท่อที่เชื่อมต่อกับตัวถังเกิดการทรุดตาม ดึงรั้งจนท่อหักหรือหลุดออกจากกัน
ทำไมถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านี้ถึงน่ากลัว เพราะ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่เราย้ายเข้าอยู่ใหม่ๆ มันจะยังไม่แสดงอาการอะไร แต่พออยู่และใช้งานไปสักระยะจนน้ำและสิ่งปฏิกูลเริ่มเต็มระบบ คราวนี้แหละครับ ทั้งปัญหาส้วมเต็มเร็ว น้ำระบายช้า หรือปัญหา บ้านเหม็น จะตามมาหลอกหลอน ซึ่งการมาตามขุดดินรื้อซ่อมแซมและ ตรวจน้ำรั่ว ภายหลังนั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แถมยังทำให้บ้านเลอะเทอะอีกด้วย
ก่อนรับบ้านควรตรวจเช็กถังแซทและระบบน้ำเสียอย่างไร
การตรวจเช็กระบบน้ำเสีย หรือถังแซท เจ้าของบ้านสามารถสังเกตและตรวจเช็กเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ครับ แต่สำหรับจุดลึกๆ ที่อยู่ใต้ดินหรือระบบท่อเชื่อมต่อ อาจจะต้องอาศัยทักษะความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมเข้ามาช่วย โดยรายการตรวจหลักๆ ที่สามารถตรวจเช็กเองได้
- ทดลองเปิดน้ำพร้อมกันหลายๆ จุด เพื่อดูแรงดันและการระบายน้ำของบ้านทั้งระบบ
- ตรวจดูการระบายน้ำ น้ำในชักโครกและท่อระบายน้ำทิ้งไหลสะดวกไหม มีอาการสำลักหรือผุดขึ้นมาหรือไม่
- ตรวจสภาพฝาปิดและตำแหน่งถัง ฝาปิดสนิทเรียบร้อยดีไหม อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่ายเพื่อการดูแลรักษาในอนาคต
- ตรวจหาจุดรั่วซึมรอบๆ ตัวถัง สังเกตว่ามีน้ำขังผิดปกติหรือมีกลิ่นเหม็นโชยมาทั้งที่ยังไม่ได้ใช้งานหรือไม่
- ตรวจดูระดับการทรุดตัวของพื้นดิน ดินรอบๆ ตัวถังบดอัดแน่นดีไหม มีร่องรอยการยุบตัวหรือเปล่า
- ตรวจระบบท่อระบายอากาศ มีการเดินท่ออากาศขึ้นในตำแหน่งที่ถูกต้อง และไม่มีสิ่งอุดตัน
- ตรวจการเชื่อมต่อระหว่างถังกับท่อเมน ข้อต่อต่างๆ แน่นหนาดี ไม่บิดเบี้ยวหรือตึงรั้งจนเสี่ยงต่อการหัก
การดูแค่ตาเปล่าจากภายนอกหรือเปิดน้ำทิ้งสั้นๆ แค่ไม่กี่นาที อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ดังนั้นในวัน ตรวจรับบ้าน จึงจำเป็นต้องไล่เช็กระบบนี้ควบคู่ไปกับโครงสร้างส่วนอื่นๆ อย่างเป็นระบบ
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนวันตรวจรับบ้าน : Checklist ตรวจรับบ้าน | ตรวจบ้านตอนไหนดี
ทำไมวิศวกรตรวจบ้านจึงให้ความสำคัญกับระบบถังแซท
หลายคนให้ความสำคัญกับรอยร้าวของผนังหรือพื้นบ้าน แต่อีกจุดที่สำคัญอย่าง ระบบสุขาภิบาลเป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีผลต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว การจะซ่อมแซมมักยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
วิศวกรตรวจบ้านจะตรวจสอบทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นแนวเดินท่อ ความลาดเอียงของท่อ จุดเชื่อมต่อ การระบายอากาศ รวมถึงความผิดปกติที่อาจส่งผลให้ระบบน้ำเสียทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทั้งหมดสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ หากพบข้อบกพร่องหรือปัญหาก่อนรับโอน เจ้าของบ้านยังสามารถแจ้งโครงการให้แก้ไขได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองในอนาคต
ตรวจบ้านกับ Pass Engineering ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจต้องเจอในอนาคตได้
เพราะบ้านคือที่อยู่อาศัยระยะยาว การตรวจบ้านที่ดีจึงไม่ใช่แค่การเดินดูรอยร้าวบนผนังหรือความสวยงามของสีผิวหน้างานเท่านั้น แต่คือการใส่ใจในทุกระบบที่ซ่อนอยู่ใต้โครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะระบบงานดินและระบบสุขาภิบาลอย่างถังแซทและถังบำบัดน้ำเสีย
ทีมวิศวกรจาก Pass Engineering พร้อมเข้ามาช่วยคุณลดความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยการตรวจสอบระบบน้ำและระบบสุขาภิบาลอย่างเป็นขั้นตอน ละเอียดทุกจุดด้วยเครื่องมือมาตรฐาน พร้อมจัดทำรายงานสรุปรายการข้อบกพร่อง (Defect) ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปแจ้งกับทางโครงการให้ดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ก่อนที่จะตกลงเซ็นรับโอนบ้าน

