ตารางโหลดไฟฟ้า คืออะไร มีวิธีการอ่านอย่างไร

ตารางโหลดไฟฟ้า

ตารางโหลดไฟฟ้า ทุกคนเคยสงสัยไหมแล้วทำไมตารางโหลดไฟฟ้าของบ้านหรืออาคารแต่ละหลัง ถึงมีหน้าตาไม่เหมือนกัน แตกต่างกันอย่างไร วิธีอ่านตารางโหลดไฟฟ้า อ่านยังไง คำศัพท์แต่ละคำ มีความหมายอย่างไร ทั้งหมดนี้ หาคำตอบได้ที่นี่ เรามีสาระความรู้ดีๆ มาแชร์ เป็นความรู้พื้นฐานที่จำเป็น ห้ามพลาด ตามไปดูกันเลย

ตารางโหลดไฟฟ้า คืออะไร

ตารางโหลดไฟฟ้า คือ ตารางที่ออกแบบโดยวิศวกรไฟฟ้า เพื่อแสดงรายละเอียดต่างๆ ของโหลดไฟฟ้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้ไฟ ภายในบ้านเรือนหรืออาคารหลังนั้นๆ ทั้งนี้ รูปแบบของการทำตารางโหลดไฟฟ้าอาจแตกต่างกันออกไป ตามการออกแบบของวิศวกรไฟฟ้า แต่โดยรวมคือมีองค์ประกอบคล้ายกัน

ตารางโหลดไฟฟ้า กับ โหลดไฟฟ้า เหมือนกันไหม

ตารางโหลดไฟฟ้า กับ โหลดไฟฟ้า ไม่เหมือนกันแต่มีความเกี่ยวเนื่องกัน และนี่ก็คือจุดที่ทำให้แตกต่างกัน

  • โหลดไฟฟ้า คือ ปริมาณการใช้ไฟของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านหรืออาคาร
  • ส่วนตารางโหลดไฟฟ้า คือ ตารางที่ใช้รวบรวมและคำนวณโหลดไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อประเมินความเหมาะสมของระบบไฟ เช่น ขนาดสายไฟ เบรกเกอร์ และมิเตอร์ไฟฟ้า ก่อนใช้งานจริง

วิธีการอ่านตารางโหลดไฟฟ้า

วิธีการอ่านตารางโหลดไฟฟ้า อย่างไรยังไง ไม่งง เข้าใจง่ายจริงๆ การอ่านตารางโหลดไฟฟ้า ไม่ยากเลย ถึงไม่ใช่ช่างไฟแต่คุณก็ทำความเข้าใจได้ คอนเซ็ปต์คือต้องรู้คำศัพท์ และความหมายของคำศัพท์นั้นๆ ซึ่งมีคำศัพท์สำคัญที่ต้องรู้โดยหลักๆ 15 คำ พร้อมความหมาย ดังต่อไปนี้

1. Panel NO. : คือชื่อของตู้ไฟ ใช้ระบุว่าคือตู้ไหน ในกรณีที่มีตู้ไฟหลายตู้

2. Main : แสดงรายละเอียดของเมนเบรกเกอร์ ซึ่งจะระบุ ชนิด ขั้ว และพิกัดกระแส

3. Capacity : คือ ความจุของไฟฟ้า จำนวนช่องที่ใส่เบรกเกอร์ลงไปได้

4. Location : แสดงสถานที่ที่ มีการติดตั้งตู้ไฟนั้นๆ

5. Circuit NO. : คือ หมายเลขของวงจร โดยระบุว่าเบรกเกอร์ย่อยลูกนั้น อยู่ลำดับวงจรที่เท่าไหร่

6. Description : แสดงรายละเอียดของวงจร โดยใช้ระบุว่าเบรกเกอร์ลูกนั้น ควบคุมวงจรอะไร

7. Conductors : บ่งบอกจำนวน ชนิดและขนาดของสายไฟ ได้แก่สายไลน์ สายนิวทรัลและสายกราวน์

8. Circuit Breaker : ใช้บอกรายละเอียดของเบรกเกอร์ โดยระบุขั้ว ชนิดและพิกัดกระแส

9. Conduit : คือจุดที่บ่งบอกขนาดและชนิดของท่อร้อยสายไฟ

10. Connected load in VA : โหลดไฟฟ้าของแต่ละวงจร โดยจะแสดงขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ใช้ในวงจรนั้น มีการคิดคำนวณจากค่าสูงสุดที่เครื่องใช้ไฟฟ้าบริโภค

11. Total connected load : เป็นช่องที่รวมขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่บริโภค ภายในตู้ไฟฟ้านั้น

12. Total Demand load : ช่องนี้จะรวมขนาดของโหลดภายในตู้ไฟฟ้านั้น โดยมีการคิดจากการใช้งานจริง เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ วสท.

13. Main Conductor : หมายถึง สายป้อน คือสายที่อาจรับมาจากมิเตอร์ไฟฟ้าหรือตู้ไฟหลัก ซึ่งจะบอก ขนาด จำนวนและชนิดของสายไฟ

14. Raceway : คือตัวที่บอกขนาดและชนิดของท่อร้อยสายไฟ

15. Connected to : บ่งบอกว่า สายไฟจากตู้ไฟนี้ เชื่อมต่อไปยังตู้ไฟไหน ในกรณีที่มีตู้ไฟฟ้ามากกว่า 1 ตู้ขึ้นไป

ตารางโหลดไฟฟ้าบ้าน จะแสดงรายละเอียดต่างๆ ของโหลดไฟฟ้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้ไฟภายในอาคารหรือบ้านหลังนั้นๆ การเขียนตารางโหลดไฟฟ้า อาจมีหน้าตาต่างกัน ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกรไฟฟ้า ตารางโหลดไฟฟ้า ก็เหมือนกับแผนที่ไฟฟ้า ทำให้รู้ว่า วงจรจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อะไรบ้าง รองรับไฟได้เท่าไหร่ มีความสำคัญมากๆ ในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้า การอ่านตารางโหลดไฟฟ้า ทำให้รู้ว่าไฟดับหรือเบรกเกอร์ตัดบ่อย เกิดจากอะไร เพราะโหลดไฟเกินกว่าที่วงจรรองรับ สายไฟไหม้หรือร้อน เพราะจ่ายไฟเกินขนาดของสายไฟ รวมถึงค่าไฟพุ่งสูง เพราะไม่รู้ว่าอุปกรณ์ไหน ใช้ไฟหนักสุด ถ้าไม่อ่านตารางโหลดไฟฟ้า เวลามีปัญหา ก็จะซ่อมไฟลำบากเพราะไม่รู้ว่าต้องเช็กวงจรไหนนั่นเอง

ตารางโหลดไฟฟ้าเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจการใช้งานไฟฟ้าภายในบ้านหรืออาคารได้ชัดเจนขึ้น เพราะทำให้รู้ว่าแต่ละวงจรมีโหลดไฟฟ้าเท่าไหร่ รองรับอุปกรณ์ใดบ้าง และระบบไฟถูกออกแบบมาเหมาะสมหรือไม่ หากเจ้าของบ้านอ่านเบื้องต้นได้ ก็จะช่วยสังเกตความผิดปกติ เช่น เบรกเกอร์ตัดบ่อย ไฟตก หรือใช้ไฟเกินวงจรได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่กำลังตรวจรับบ้าน ตรวจคอนโด หรือกังวลเรื่องระบบไฟฟ้าภายในบ้าน Pass Engineering พร้อมให้บริการตรวจบ้านโดยทีมงานมืออาชีพ ตรวจสอบงานระบบไฟฟ้าภายในบ้าน งานโครงสร้าง และจุดสำคัญต่าง ๆ ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อช่วยลดปัญหาซ่อมเองภายหลัง และเพิ่มความมั่นใจก่อนเข้าอยู่อาศัยจริง

Pass Engineering จองคิวตรวจบ้านและคอนโดกับเรา
รับตรวจบ้าน บ้านตรวจโดยช่างตรวจบ้าน

Pass-Engineering
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พาส คอนส์ แอนด์ รีโนเวท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *