ก่อนที่เราจะตกลงเซ็นชื่อเพื่อรับโอนบ้านหรือคอนโดตามที่ตั้งใจไว้ มันก็จะมีรายละเอียดหลายจุดเล็กๆที่เจ้าของบ้านมักจะมองข้ามไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “กระเบื้องปูพื้น” ที่คนส่วนใหญ่มักจะดูแค่ความสวยงาม ลวดลาย หรือขนาดที่ชอบเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ซ่อนอยู่บนผิวกระเบื้องที่เราจะต้องสัมผัสไปทุกวันและส่งผลต่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้านก็คือ ค่า R นั่นเอง ในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักและเจาะลึกว่า ค่า R คืออะไร และทำไมมันถึงกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่เจ้าของบ้านทุกคนต้องรู้ก่อนวันรับโอน
ค่า R คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับกระเบื้องปูพื้น
ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆเลย ค่า R คือ ค่าระดับความลาดชันที่พื้นผิวนั้น ๆ แถมยังสามารถต้านทานการลื่นได้ (Ramp Test) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ค่ากันลื่นกระเบื้อง โดยผ่านการทดสอบด้วยการปูสโลป เคลือบน้ำมัน และให้คนเดินทดสอบเพื่อดูว่าผิวสัมผัสจะเริ่มลื่นที่ความชันกี่องศา
หลักการจำง่าย ๆ ของ ค่า R คือ “ยิ่งตัวเลขสูง พื้นผิวยิ่งมีความฝืดและมีแรงยึดเกาะมากขึ้น” ดังนั้น กระเบื้องที่มีค่า R สูง ๆ จึงเหมาะมากกับพื้นที่ที่มีโอกาสเปียกน้ำ เกิดความชื้น หรือมีคราบน้ำมัน โดยทั่วไปแล้วค่า R ของกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนที่วางจำหน่ายในท้องตลาดจะระบุอยู่ในช่วงตั้งแต่ R9 ไปจนถึง R13 ครับ
ค่า R มาตรฐานของกระเบื้องแต่ละระดับ R9-R13 ต่างกันยังไง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นและสามารถตอบโจทย์เวลาคุณเวลาไปเดินเลือกซื้อของ หรือกำลังเปิดสเปกวัสดุของโครงการบ้านเช็กดู มาดูตารางเปรียบเทียบ ค่า R มาตรฐาน ในแต่ละระดับกันครับว่า R9, R10, R11, R12, R13 มีความแตกต่างกันอย่างไรและเหมาะกับพื้นที่แบบไหนบ้าง
| ค่า R | ระดับกันลื่น | พื้นที่ที่เหมาะกับการใช้งาน |
|---|---|---|
| R9 | กันลื่นต่ำ | ห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, โถงทางเดิน หรือพื้นที่แห้งทั่วไปในบ้าน |
| R10 | กันลื่นปานกลาง | ห้องครัว, ห้องน้ำโซนแห้ง, พื้นในบ้านที่มีโอกาสเจอความชื้นบ้าง |
| R11 | กันลื่นสูง | ห้องน้ำโซนเปียก, ระเบียงบ้าน, พื้นที่กึ่งภายนอกที่โดนฝนหรือโดนน้ำบ่อย |
| R12 | กันลื่นมาก | ห้องน้ำผู้สูงอายุ, ทางลาดชัน (Ramp), พื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้มสูง |
| R13 | กันลื่นสูงมาก | พื้นภายนอกอาคาร, โรงงานอุตสาหกรรม, พื้นรอบสระว่ายน้ำ หรือพื้นที่เปียกจัด |
ข้อสังเกต : ระดับเริ่มต้นอย่าง R9 จะเน้นไปที่พื้นผิวที่แห้งสนิทเป็นหลัก ส่วนระดับ R10-R13 จะเริ่มเพิ่มความหยาบของผิวสัมผัสเพื่อรองรับพื้นที่ที่มีโอกาสเปียกน้ำหรือต้องการการใช้งานหนักขึ้นตามลำดับ
พื้นที่ไหนในบ้านควรใช้กระเบื้องค่า R เท่าไหร่
เพื่อให้เข้าใจค่า R ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับเจ้าของบ้านก็สามารถนำไปปรับใช้และตัดสินใจเลือก กระเบื้องกันลื่นด้วยตัวเองได้ ใช้ได้จริงในการตรวจเช็กบ้าน เรามาแบ่งสเปกตามโซนการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันกัน
- ห้องน้ำโซนแห้ง: บริเวณหน้ากระจกหรือจุดตั้งชักโครกที่ไม่ได้โดนน้ำโดยตรง อาจเลือกใช้ ค่า R กระเบื้องห้องน้ำ อยู่ที่ประมาณ R10 เพื่อให้ยังคงเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและไม่ลื่นจนเกินไป
- ห้องน้ำโซนเปียก: โซนยืนอาบน้ำที่มีคราบสบู่และน้ำไหลผ่านตลอดเวลา แนะนำว่าควรดู กระเบื้องห้องน้ำกันลื่น ที่มีค่า R11 ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะอาบน้ำ
- ระเบียงหรือพื้นที่นอกชายคา: จุดที่ต้องโดนฝนสาดหรือแดดส่องตลอดเวลา ควรเลือกเรท R11-R12 เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเวลาเดินออกไปตากผ้าช่วงฝนตก
- บ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ: หากบ้านของคุณมีสมาชิกกลุ่มเสี่ยง แนะนำให้ปรับสเปกค่ากันลื่นในจุดสำคัญให้สูงขึ้นกว่าปกติ 1 ระดับ เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อนความสวยงามเพียงอย่างเดียวครับ
ก่อนรับโอนบ้านหรือคอนโด ควรตรวจค่า R ของกระเบื้องยังไง
จุดนี้ถือเป็นจุดวัดใจที่เจ้าของบ้านหลายคนพลาดตกม้าตายตอน ตรวจบ้านก่อนรับโอน หรือ ตรวจคอนโดก่อนรับโอน เพราะเรามักจะดูแค่ว่ากระเบื้องปูเรียบไหม ยาแนวสวยไหม แผ่นไหนโก่งหรือกลวงบ้าง แต่อาจจะลืมดูว่า “โครงการสลับสเปกกระเบื้องผิดห้องหรือเปล่า?”
วิธีการ ตรวจพื้นกระเบื้อง เรื่องค่ากันลื่นที่ถูกต้อง ควรทำตามขั้นตอนนี้
- เช็กสเปกวัสดุจากโครงการ (Material Specification) ขอเอกสารข้อมูลวัสดุจากโครงการเพื่อดูว่าระบุค่า R ในแต่ละห้องไว้เท่าไหร่
- ตรวจสอบเอกสาร BOQ หรือรายการวัสดุแนบท้ายสัญญา ดูเทียบว่าตรงกับความเป็นจริงและตรงตามที่โฆษณาไว้ไหม – อ่านเพิ่มเติม BOQ คืออะไร? เอกสารสำคัญก่อนสร้างบ้าน
- เช็กรุ่นกระเบื้องที่ใช้จริง หากทางโครงการมีกล่องกระเบื้องเหลืออยู่ หรือสามารถขอรหัสรุ่น (Model) จากโฟร์แมนได้ ให้นำรหัสนั้นไปเสิร์ชในเว็บผู้ผลิตเพื่อดูค่า R ที่แท้จริง
- วิเคราะห์พื้นที่ใช้งานจริง ดูว่าสเปกที่โครงการปูมาให้ เหมาะสมกับฟังก์ชันของห้องนั้น ๆ หรือไม่ เช่น ในห้องน้ำโซนเปียกแต่อ่านสเปกแล้วได้แค่ R9 แบบนี้ต้องรีบแจ้งให้แก้ไข
- ทดสอบเบื้องต้นจากสภาพหน้างาน ลองเอาน้ำราดบริเวณพื้นห้องน้ำหรือระเบียง แล้วลองใช้เท้าที่สวมรองเท้าเซฟตี้หรือเท้าเปล่าสัมผัสดูว่าลื่นผิดปกติหรือไม่
ค่า R สูงเกินไปดีเสมอไหม? ข้อควรรู้ก่อนเลือกกระเบื้องกันลื่น
การที่มีค่า R สูงเกินไป ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป เพราะการมีค่า R ที่สูงก็มักจะมีข้อแลกเปลี่ยนมาพร้อมกับค่า R ที่สูงเช่นกัน
- ผิวสัมผัสที่หยาบและสากเกินไป กระเบื้อง R12-R13 จะมีผิวเหมือนกระดาษทรายหนา ๆ ถ้าเอามาปูในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น เวลาเดินเท้าเปล่าจะรู้สึกเจ็บเท้าและไม่สบายผิวสัมผัส
- ทำความสะอาดยากขึ้นเป็นทวีคูณ ผิวที่ขรุขระจะดักฝุ่น สิ่งสกปรก และเศษผมไว้ตามร่อง ทำให้ต้องขัดถูบ่อยและออกแรงมากกว่าปกติ
- คราบสบู่และคราบน้ำเกาะง่าย หากนำค่า R สูงเกินไปมาปูในห้องน้ำ ผิวที่สากจะกลายเป็นที่สะสมของคราบไคลและคราบสบู่จนเกิดคราบฝังลึกสีน้ำตาลได้ง่ายมาก
ปัญหาที่พบบ่อยหลังรับโอน ถ้าเลือกกระเบื้องค่า R ไม่เหมาะสม
หากเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปโดยไม่เช็กให้ดีก่อนเซ็นเอกสาร ตรวจบ้านก่อนโอน นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเจอ ซึ่งเป็น ปัญหากระเบื้องลื่น และปัญหาชวนปวดหัวที่พบบ่อยหลังเข้าอยู่อาศัยจริง
- พื้นห้องน้ำกลายเป็นลานไอซ์สเก็ต แค่โดนน้ำธรรมดาก็ลื่น ยิ่งตอนตัวเปียกและมีคราบสบู่นี่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
- ระเบียงและโรงรถอันตรายหลังฝนตก รถยนต์ขับเข้ามาแล้วเบรกไม่อยู่ หรือเดินออกไปตากผ้าแล้วลื่นล้มเพราะพื้นผิวไม่มีแรงยึดเกาะเมื่อเปียกน้ำ
- อุบัติเหตุในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นวัยที่กระดูกเปราะบาง หากลื่นล้มเพียงครั้งเดียว ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงและบานปลายกว่าที่คิด
ให้ Pass Engineering ช่วยดูแลความปลอดภัยก่อนรับโอนบ้าน
เพราะเรื่องสเปกกระเบื้องและค่า R เป็นรายละเอียดเชิงลึกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบ หากคุณไม่มีเวลาหรือไม่อยากเสี่ยงพลาดจุดสำคัญเหล่านี้ การเลือกใช้ บริการรับตรวจบ้าน จากทีมวิศวกรมืออาชีพอย่าง Pass Engineering
ทีมงานของ Pass Engineering จะช่วยตรวจสอบทุกรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ตั้งแต่การเช็กเอกสารสเปกวัสดุ (BOQ) ไปจนถึงการทดสอบหน้างานจริง เพื่อให้มั่นใจว่ากระเบื้องในแต่ละโซนของบ้านมีค่า R ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานจริงของครอบครัวคุณอย่างแท้จริง ก่อนที่คุณจะเซ็นรับโอนบ้านอย่างมั่นใจครับ

