พื้นยุบเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุและวิธีแก้ก่อนบ้านเสียหายหนัก

พื้นยุบ ถือเป็นฝันร้ายของคนรักบ้านที่ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากจะทำให้ความสวยงามลดลงแล้ว ยังเป็นตัวบ่งบอกถึงบ้านที่ไม่มั่นคงอีกด้วย เป็นหนึ่งในปัญหาบ้านที่หลายคนมองว่า “เรื่องเล็ก” แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่ใหญ่กว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับบ้านใหม่หรือคอนโดที่เพิ่งโอน หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจสอบให้ดี อาจลุกลามจนต้องเสียทั้งค่าซ่อมและเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

พื้นยุบคืออะไร? อาการแบบไหนที่ควรเริ่มระวัง

พื้นยุบ คือภาวะที่พื้นบ้านหรือพื้นคอนโดมีการทรุดตัวลงจากระดับเดิม อาจเกิดแบบค่อย ๆ ยุบหรือยุบชัดเจนจนรู้สึกได้เวลาเดิน สัญญาณเตือนที่ควรเริ่มสังเกตได้แล้วดังนี้ 

  • เดินแล้วพื้นเอียง / ยวบ รู้สึกเหมือนเดินขึ้นหรือลงเนินเบาๆ หรือสัมผัสได้ว่าพื้นไม่แน่นเหมือนเดิม อ่านเพิ่ม – บ้านเอียงเกิดจากอะไร
  • กระเบื้องแตก ปริ ร่อน มีรอยแตกของกระเบื้องในลักษณะเป็นแนวยาว หรือกระเบื้องระเบิดตัวออกมาเนื่องจากแรงกดทับที่ไม่เท่ากัน
  • เฟอร์นิเจอร์เอียงโดยไม่รู้ตัว ตู้เสื้อผ้าที่เคยตั้งตรงเริ่มพิงผนัง หรือขาโต๊ะลอยขึ้นจากพื้นหนึ่งข้าง

Tips: หากเริ่มเห็นรอยแยกเล็กๆ ระหว่างบัวเชิงผนังกับพื้น นั่นคือสัญญาณแรกๆ ของการที่ พื้นทรุด ตัวลง

สาเหตุของ “พื้นยุบ” ที่พบบ่อยในบ้าน

ทำไมอยู่ดีๆ พื้นยุบ แล้วดินหายไปไหน? ทำไมพื้นถึงทรุด? สาเหตุส่วนใหญ่ของ พื้นยุบเกิดจากอะไร มักมาจากปัจจัยเหล่านี้

  • ดินถมไม่แน่น (สาเหตุอันดับ 1) การก่อสร้างบนดินที่ยังไม่เซตตัว หรือการถมดินแล้วสร้างทันทีโดยไม่ได้บดอัดให้ได้มาตรฐาน ซึ่งต้องระวังให้ดี แนะนำให้ตรวจบ้านให้เรียบร้อย
  • น้ำใต้ดินกัดเซาะ / ท่อรั่ว น้ำที่รั่วซึมจากท่อประปาใต้ดินจะค่อยๆ พัดพาเนื้อดินออกไป ทำให้เกิดโพรงใต้พื้น
  • โครงสร้างฐานรากไม่ได้มาตรฐาน การใช้เสาเข็มสั้นเกินไปในบริเวณพื้นที่ดินอ่อน หรือเสาเข็มรับน้ำหนักไม่สมดุล
  • พื้นรับน้ำหนักเกิน เช่น การต่อเติมครัวหลังบ้านหรือทำโรงจอดรถโดยไม่ได้ลงเสาเข็มแยกจากตัวบ้านหลัก
  • ระบบระบายน้ำไม่ดี ทำให้น้ำขังขอบบ้าน ดินอ่อนตัว และเกิดปัญหา ดินทรุดในบ้าน ตามมา

เราจะมีวิธีเช็กพื้นยุบด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง

การเช็กพื้นยุบด้วยตัวเองเริ่มจากสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว เช่น รอยแยกบริเวณบัวเชิงผนังหรือขอบวงกบประตูที่เริ่มบิดเบี้ยวจนเปิด-ปิดยากขึ้น ลองใช้ลูกแก้ววางบนพื้นเพื่อดูทิศทางการไหล หากไหลไปรวมกันที่จุดใดจุดหนึ่งอย่างรวดเร็วแสดงว่าพื้นเริ่มลาดเอียงชัดเจน นอกจากนี้ควรลองเคาะกระเบื้องหากมีเสียงโปร่งหรือดังกังวานผิดปกติ (เสียงกลวง) แสดงว่าดินใต้พื้นเริ่มเป็นโพรง ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวแนะนำให้ปรึกษา บริษัทรับตรวจบ้าน มืออาชีพ เพื่อทำการ ตรวจบ้านก่อนโอน หรือประเมินโครงสร้างอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง จะช่วยให้คุณวางแผนซ่อมแซมได้อย่างตรงจุดและประหยัดงบประมาณในระยะยาวครับ

พื้นยุบแบบไหน “ปกติ” และแบบไหน “อันตราย”

อาการพื้นยุบไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากันทุกกรณี บางจุดอาจเป็นเพียงการยุบตัวเล็กน้อยของวัสดุปูพื้น แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่ควรรีบ ตรวจบ้าน หรือ ตรวจคอนโด โดยผู้เชี่ยวชาญทันที

🟢 ระดับทั่วไป
พื้นยุบแบบที่ยังพอเฝ้าดูอาการได้

มักเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดเล็ก ๆ และยังไม่ส่งผลชัดเจนต่อการใช้งานหรือโครงสร้างหลักของบ้าน

  • พื้นยุบเล็กน้อย แต่ไม่ลามเพิ่ม
  • ไม่พบรอยร้าวต่อเนื่องที่ผนังหรือมุมห้อง
  • กระเบื้องอาจมีอาการโก่งหรือเสียงกลวงเพียงบางจุด
  • ประตูและหน้าต่างยังเปิด-ปิดได้ตามปกติ
  • ยังไม่กระทบต่อการใช้งานโดยรวมของพื้นที่
🔴 ระดับอันตราย
พื้นยุบแบบที่ควรรีบตรวจทันที

หากพื้นเริ่มยุบตัวต่อเนื่อง หรือมีอาการร่วมกับส่วนอื่นของบ้าน อาจสะท้อนถึงปัญหาดินทรุด ท่อรั่ว หรือความผิดปกติของโครงสร้างที่ไม่ควรปล่อยไว้

  • พื้นยุบชัดเจน เดินแล้วรู้สึกเอียงหรือยวบผิดปกติ
  • มีรอยร้าวลามจากพื้นขึ้นไปยังผนัง
  • กระเบื้องแตก ร่อน หรือแยกตัวหลายจุด
  • ประตูหรือหน้าต่างเริ่มปิดไม่สนิท
  • อาการยุบลุกลามต่อเนื่องในระยะเวลาไม่นาน
คำแนะนำ: หากไม่แน่ใจว่าปัญหาพื้นยุบอยู่ในระดับไหน ควรให้ทีม ตรวจบ้าน หรือ ตรวจคอนโด เข้ามาประเมินอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแนวทางแก้ไขได้ตรงจุด ก่อนปัญหาจะลุกลามและซ่อมแพงกว่าเดิม

วิธีแก้ปัญหาพื้นยุบ มีอะไรบ้าง?

หากตัดสินใจจะ ซ่อมพื้นยุบ/พื้นทรุด ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่หลากหลายมาก สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมและตามงบประมาณที่มี

  • อัดดิน / ปรับพื้นใหม่ กรณีพื้นดินทรุดตัวธรรมดา (Slab on Ground) สามารถทุบพื้นเดิม อัดดินใหม่ และเทปูนปิดหน้า
  • Injection (ฉีดสารใต้พื้น) การใช้สารโพลียูรีเทนฉีดลงไปใต้พื้น สารจะขยายตัวดันพื้นให้กลับมาเสมอกันโดยไม่ต้องทุบ
  • เทปูนเสริม เหมาะสำหรับกรณีที่ยุบไม่มากและต้องการปรับระดับผิวหน้า
  • รื้อทำใหม่ (กรณีหนัก) หากเสียหายถึงโครงสร้าง อาจต้อง แก้พื้นยุบ ด้วยการลงเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile) เพื่อรองรับน้ำหนักใหม่ทั้งหมด
บริการรับตรวจบ้าน
บริการตรวจคอนโดมิเนี่ยม

ถ้าแบบนี้ ควรเรียกบริษัทตรวจบ้านมาตอนไหนดี?

การตัดสินใจจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจ เข้ามาดูบ้านในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและค่าซ่อมแซมในอนาคตได้อย่างมหาศาล โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเรียก คือ

  1. ช่วงตรวจบ้านก่อนโอน เป็นวินาทีทองที่คุณมีอำนาจต่อรองกับโครงการมากที่สุด การตรวจพบปัญหา พื้นยุบ หรือรอยร้าวในขั้นตอนนี้ จะช่วยให้คุณได้รับการแก้ไขที่ได้มาตรฐานก่อนย้ายเข้าอยู่จริง
  2. เมื่อพบสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง หากบ้านเริ่มมีอาการพื้นเอียง ประตูฝืด หรือกำแพงมีรอยแยกทแยงมุม การเรียกวิศวกรมาหาต้นตอจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่เสียเงินซ่อมแบบเดาสุ่ม
  3. ก่อนหมดประกันโครงสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองหากมีปัญหาหนักซ่อนอยู่ภายใต้โครงสร้าง

สุดท้ายนี้ การตัดสินใจว่าควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจบ้านช่วงไหนดี ไม่ว่าจะเป็นการ ตรวจบ้านก่อนโอน เพื่อความสบายใจตั้งแต่วันแรก หรือการตรวจเช็กเมื่อพบสัญญาณ พื้นยุบ ในภายหลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกทีมงานที่มีมาตรฐาน หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือก บริษัทตรวจบ้านเจ้าไหนดี 2026 การพิจารณาบริษัทที่มีวิศวกรวิชาชีพอย่าง Pass Engineering จะช่วยให้คุณได้รับรายงานวิเคราะห์ที่แม่นยำและตรงจุด ซึ่งการเลือก บริษัทรับตรวจบ้าน ที่มีความเชี่ยวชาญในปีนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องโครงสร้างบ้านของคุณไม่ให้เสียหายหนัก แต่ยังเป็นการรักษาความคุ้มค่าของเงินทุกบาทที่คุณลงทุนไปกับที่อยู่อาศัยในระยะยาวอย่างแท้จริงครับ

รับตรวจบ้าน บ้านตรวจโดยช่างตรวจบ้าน

Pass-Engineering
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พาส คอนส์ แอนด์ รีโนเวท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *