ตรวจบ้านตอนไหน ดีที่สุด การนัดตรวจบ้านไม่ควรดูแค่ว่าว่างวันไหน แต่ต้องดูว่าบ้านอยู่ในขั้นตอนไหนของการส่งมอบด้วย เพราะถ้าเข้าไปตรวจเร็วเกินไป งานบางระบบอาจยังไม่พร้อม แต่ถ้ารอจนโอนกรรมสิทธิ์และย้ายเข้าแล้ว การตามแก้ Defect อาจยุ่งยากขึ้น บทความนี้จึงจะช่วยแยกว่า ควรตรวจบ้านตอนไหน ทั้งกรณีบ้านโครงการ บ้านสร้างเอง และบ้านที่โอนไปแล้ว เพื่อเลือกช่วงตรวจให้เหมาะกับสถานการณ์จริง
ควรนัด ตรวจบ้านตอนไหน ?
โครงการบ้านส่วนใหญ่จะให้ตรวจหลังจากสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ก่อนจ้างบริษัทเข้ามาตรวจบ้าน ควรสอบถามทางโครงการก่อนว่าพร้อมให้ตรวจทุกระบบหรือไม่ จะได้ไม่จ้างมาเสียเที่ยว ตรวจบ้านตอนไหนถึงจะดี เรามาดูกัน
ตรวจบ้านก่อนโอน
การตรวจบ้านให้เรียบร้อยก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้ามละเลย ถือเป็นการรักษาสิทธิ์ในฐานะผู้ซื้อ การตรวจบ้านให้ละเอียดครอบคลุมนั้น แน่นอนเราไม่สามารถตรวจเองได้ทั้งหมด ตรวจได้เบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีควรจ้างทีมงานวิศวกรมืออาชีพ หรือบริษัทรับตรวจบ้านมืออาชีพดีกว่า บางจุดเรามองไม่ให้เห็นปัญหาแต่ทีมช่างตรวจบ้าน มีความรู้ความเข้าใจ มีความชำนาญในการตรวจสอบข้อผิดพลาดต่างๆ ไม่สามารถเล็ดลอดผ่านสายตาไปได้ อีกทั้งยังมีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัยในการตรวจสอบด้วย
ตรวจบ้านหลังโอน
ถ้าทำการโอนบ้านไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจบ้านไม่ได้ เจ้าของบ้านยังสามารถตรวจหาจุดผิดปกติและดูเงื่อนไขการรับประกันของโครงการได้ แต่ควรตรวจให้เร็ว โดยเฉพาะก่อนทำ Built-in หรือมีปรับปรุงบ้านเพิ่มเติม เพราะเมื่อมีงานใหม่เข้ามาแล้วอาจแยกได้ยากขึ้นว่าปัญหาเกิดจากงานเดิมหรืองานที่ทำภายหลัง
ตรวจบ้านหลังสร้างเสร็จ
สำหรับบ้านสร้างเอง บ้านสั่งสร้าง เจ้าของบ้านควรติดต่อจ้างวิศวกรตรวจบ้านหรือบริษัทที่ให้บริการรับตรวจบ้านไว้ล่วงหน้า เพื่อนัดหมายวันเวลาในการเข้าตรวจ อาจจะเป็นในระหว่างการสร้าง เพื่อดูหน้างานว่าการสร้างบ้านของคุณนั้นเป็นไปตามสเปคแบบบ้านที่แจ้งไว้หรือไม่ หรือการตรวจภายหลังจากที่สร้างบ้านเสร็จแล้ว ก็จะเป็นการตรวจสอบทุกระบบของตัวบ้านว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ สภาพดีเข้าอยู่อาศัยได้ไหม ซึ่งถ้าหากมีจุดผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง จะต้องทำการแจ้งต่อผู้รับเหมาให้ทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบบ้าน
NOTE : ในกรณีที่เจ้าของบ้านต้องการตรวจสอบบ้านระหว่างการก่อสร้างก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากเป็นบ้านที่สั่งสร้างของตนเองก็สามารถตรวจได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นบ้านภายในโครงการ แนะนำให้ควรติดต่อแจ้งทางโครงการให้ทราบก่อนล่วงหน้า
ก่อนนัดตรวจ ต้องเช็กให้ดีว่าบ้านพร้อมให้ทดสอบระบบหรือยัง
- งานโครงสร้าง การตรวจสอบดูความแข็งแรงของโครงสร้างตัวบ้าน เช่น เสาบ้าน ผนังบ้าน พื้นบ้าน พื้นกระเบื้อง เพดานหรือหลังคาบ้าน ว่ามีรอยแตกร้าวจุดบกพร่องอะไรหรือไม่
- งานระบบไฟฟ้า ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานของระบบไฟภายในตัวบ้าน เช่น เช็กการเดินสายไฟ การติดตั้งปลั๊กไฟ สวิตซ์ไฟต่างๆ ลองใช้งานจริงหรือวัดค่าไฟต่างๆ
- งานระบบประปา ควรตรวจสอบเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ การระบายน้ำ เช่น บริเวณท่อน้ำดี-น้ำเสีย ท่อน้ำทิ้ง
- งานสุขาภิบาล การตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น การทำงานของชักโครก อ่างล้างหน้า ทดลองจากการใช้จริง การเปิดน้ำทิ้งไว้ เพื่อดูประสิทธิภาพในการใช้งาน ความสมบูรณ์ในการติดตั้ง
- งานส่วนอื่นๆ เช่น การตรวจสอบประตูหรือหน้าต่าง สามารถปิดได้สนิท ไม่มีช่องว่าง ป้องกันน้ำจากภายนอกตัวบ้านได้ ตรวจสอบพื้นหรือบันไดมีความเรียบเสมอกัน ตรวจสอบงานทาสี ไม่สกปรกหรือมีสีลอก
สำหรับการตรวจบ้าน เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น เพราะบางครั้งเราอาจจะมีอุปกรณ์ในการตรวจสอบไม่เพียงพอหรือไม่พร้อม การเลือกใช้บริการตรวจบ้านจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญจึงถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทีมงานวิศวกรตรวจบ้าน มีประสบการณ์ ความชำนาญมากกว่า อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด ครอบคลุมในทุกจุดของบ้าน มีรายงานสรุปผลการตรวจแจ้งให้ทราบ เพื่อให้ผู้ซื้อนำแจ้งกับทางผู้ขายหรือโครงการให้มาทำการแก้ไขปัญหาต่างๆ ก่อนที่จะทำการโอนกรรมสิทธิ์
สรุป
ถ้าเป็นบ้านจากโครงการ ช่วงที่เหมาะคือเมื่อบ้านพร้อมให้ตรวจทุกระบบ แต่ยังอยู่ก่อนขั้นตอนรับมอบ ส่วนบ้านสร้างเองสามารถกำหนดรอบตรวจตามความคืบหน้าของงานได้ และถ้าโอนไปแล้วก็ควรตรวจให้เร็วโดยไม่ต้องรอจนพบปัญหาหลังเข้าอยู่
สำหรับผู้ที่บ้านพร้อมตรวจแล้วและต้องการให้ทีมวิศวกรช่วยตรวจ Defect สามารถดูขั้นตอน รับตรวจบ้านของ Pass Engineering เพื่อเตรียมข้อมูลโครงการ ขนาดบ้าน และวันนัดหมายก่อนเข้าตรวจ

