ตรวจคอนโดกี่ครั้ง เป็นคำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่หลายคนสงสัยก่อนเซ็นรับห้อง เพราะไม่แน่ใจว่าควรตรวจแค่รอบเดียวพอไหม หรือต้องมีการตรวจซ้ำอีกกี่ครั้งถึงจะมั่นใจได้ว่าห้องพร้อมเข้าอยู่จริง โดยทั่วไปการตรวจจะไม่ได้จบแค่การเดินดูความเรียบร้อยภายในห้องเท่านั้น แต่ยังต้องเช็กงานพื้น ผนัง ฝ้า ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา สุขภัณฑ์ รวมถึงการใช้งานจุดต่าง ๆ ว่ามีข้อบกพร่องหรืองาน defect ที่ต้องแก้ไขก่อนรับโอนหรือไม่ มาทำความเข้าใจการตรวจรับคอนโดก่อนโอน ต้องตรวจกี่ครั้งถึงจะเหมาะสม
ตรวจคอนโดกี่ครั้ง ถึงจะพอดี
สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับ ตรวจคอนโดกี่ครั้ง ถึงจะดี โดยปกติแล้วการตรวจห้องคอนโดที่เหมาะสมคือ การตรวจซ้ำจนกว่าจะเกิดความพึงพอใจและทางโครงการได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆให้เรียบร้อย วิศวกรจะมีข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับการตรวจบ้านหรือคอนโด ควรมีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยการตรวจครั้งแรกเพื่อหาข้อบกพร่องต่างๆให้ได้มากที่สุด และการตรวจรอบที่ 2 เป็นการตรวจซ้ำ เพื่อเช็กความเรียบร้อยหลังจากการแก้ไขข้อบกพร่องในการตรวจรอบแรก
ช่วงเวลาเหมาะสมในการตรวจเช็กคอนโด
1.ตรวจรอบแรก
ตรวจคอนโดกี่ครั้ง ถึงจะเหมาะสม สำหรับตรวจรอบแรก ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนโอนกรรมสิทธิ์ เพราะเป็นการตรวจสอบเพื่อหาข้อบกพร่องต่าง ๆ ภายในห้องให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานผนัง พื้น ฝ้า เพดาน ประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา อุปกรณ์ภายในห้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่โครงการจัดเตรียมไว้ รวมถึงส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริง
การตรวจในรอบแรกควรทำอย่างละเอียด เพราะบางจุดอาจมองเห็นได้ไม่ชัดหรือสังเกตได้ยาก โดยเฉพาะงานระบบและจุดที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยตรวจสอบ เจ้าของห้องหลายคนจึงเลือกใช้บริการบริษัทรับตรวจบ้านหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถเจอ defect ได้ครบถ้วนมากขึ้น และนำรายการที่พบไปแจ้งให้โครงการแก้ไขก่อนเซ็นรับห้องจริง
2.ตรวจรอบสอง
การตรวจห้องรอบที่ 2 เป็นขั้นตอนที่มีความจำเป็นสำหรับการเช็กความเรียบร้อยหลังจากโครงการได้ทำแก้ไข defect ตามรายการที่แจ้งไว้ในรอบแรกแล้ว โดยเจ้าของห้องควรตรวจซ้ำทุกจุดอย่างละเอียด ไม่ควรดูแค่ภาพรวม เพราะบางครั้งงานซ่อมอาจยังไม่เรียบร้อย หรืออาจมีร่องรอยจากการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น สีไม่เสมอกัน รอยแตกร้าวเล็ก ๆ น้ำรั่วซึม หรืออุปกรณ์บางจุดยังใช้งานได้ไม่สมบูรณ์
3.ตรวจก่อนหมดประกัน
ตรวจคอนโดกี่ครั้งถึงจะพอดี โดยทั่วไปควรมีอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนรับห้อง และควรตรวจเพิ่มเติมอีกครั้งก่อนหมดระยะประกัน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วมีความสำคัญมาก เพราะบางปัญหาไม่ได้แสดงอาการตั้งแต่วันแรก แต่อาจเริ่มเห็นหลังจากเข้าอยู่ไปสักระยะหนึ่ง
การตรวจก่อนหมดประกันเป็นการเช็กสภาพห้องหลังจากใช้งานจริง เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล น้ำรั่วซึม ผนังแตกร้าว พื้นบวม ประตูหน้าต่างฝืด หรือฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เริ่มมีปัญหา หากพบความเสียหายที่อยู่ในเงื่อนไขประกัน เจ้าของห้องสามารถแจ้งโครงการให้เข้ามาแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ทันเวลา ช่วยลดโอกาสเสียค่าใช้จ่ายเองหลังหมดประกัน
บทความที่คุณอาจสนใจ : กฎหมายการรับประกันบ้าน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ คุ้มครองผู้ซื้อบ้าน
หากพบจุด Defect มาก ควรทำอย่างไร?
ไม่ว่าจะมีการตรวจคอนโดกี่ครั้ง มาแล้วก็ตาม หากพบจุด Defect มาก เจ้าของคอนโดควรบันทึกจุด defect ต่างๆ และทำเครื่องหมายไว้ สามารถถ่ายรูปตัวอย่างของงาน Defect ในจุดต่างๆได้ หลังจากรวบรวมจุดบกพร่องทั้งหมดแล้ว ควรทำเอกสารแจ้งรายการชำรุดทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่โครงการรับทราบ เพื่อกำหนดวันนัดตรวจสอบและแก้ไขจากโครงการต่อไป เจ้าของห้องหรือเจ้าของคอนโดไม่ควรเซ็นรับกรรมสิทธิ์ต่างๆ จนกว่าจะมีความมั่นใจและพอใจเกี่ยวกับการแก้ไขจุด Defect ทั้งหมด ได้มีการแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- ทำเครื่องหมายติดตาม สามารถใช้โพสต์-อิท แปะไว้ตามตำแหน่งต่างๆ
- จดบันทึกและถ่ายรูปจุด Defect เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- แจ้งรายการ Defect ที่พบทั้งหมดให้กับโครงการดำเนินการแก้ไข
- นัดหมายวันตรวจสอบการแก้ไข Defect ทั้งหมด
TIP! : อย่าเพิ่งเซ็นรับรอง ก่อนทำการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น
สำหรับเจ้าของห้องมือใหม่ต้อง ตรวจคอนโดกี่ครั้ง ถึงจะพอดี การตรวจห้องคอนโดควรมีการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้งหรือมากกว่า 2 ครั้งก็ได้ตามความพึงพอใจ และรวมไปถึงการตรวจเช็คคอนโดก่อนหมดระยะเวลาประกัน ทั้งนี้เราสามารถใช้บริการบริษัทรับตรวจบ้าน เข้ามาช่วยในการตรวจสอบจุดบกพร่องต่างๆและทำการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เจ้าของคอนโดมือใหม่สามารถเข้าอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีความสบายใจมากยิ่งขึ้น Pass Engineering เราเป็นบริษัทรับตรวจห้องคอนโดและตรวจบ้าน โดยวิศวกรมืออาชีพ ประสบการณ์ตรง มีใบรับรอง อุปกรณ์ทันสมัยได้มาตรฐาน ตรวจเช็คทุกจุดอย่างแม่นยำ ตรวจละเอียดไม่มีปล่อยผ่าน พร้อมรายงานผลการตรวจและให้คำแนะนำในการแก้ไข

